ระดับคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

หมายเหตุ : คำที่ใช้อธิบายในกรอบคุณวุฒิวิชาชีพซึ่งนี้เป็นคำอธิบายที่เป็นกลางมิได้อธิบายถึงอาชีพใดอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง

จากข้อมูลการสำรวจในปี พ.ศ. 2547 มีโรงพิมพ์ที่จดทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จำนวนทั้งสิ้น 2,463 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 90 ของโรงพิมพ์ทั้งหมด และพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 74 อยู่ในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล นอกนั้นกระจายตัวตามหัวเมืองต่างๆ ในแต่ละภาคของประเทศ บุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ โดยการประมาณการ 120,000 คน พบว่ามีเพียงร้อยละ 10ที่จบการศึกษาทางด้านสาขาทางการพิมพ์โดยตรง ซึ่งมักจะเป็นปัญหาในเรื่องของการพัฒนาความรู้และทักษะให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถทางด้านภาษา และคอมพิวเตอร์ในการทำงาน จึงนับว่าอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ยังประสบปัญหาขาดแคลนช่างพิมพ์ที่มีความรู้ความสามารถทางการพิมพ์โดยตรง ซึ่งจากผลที่ได้จากการสำรวจพบว่าช่างพิมพ์ที่ปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ร้อยละ 90 เป็นบุคคลที่จบการศึกษาในระดับพื้นฐานของประเทศคือในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งไม่มีความรู้ทางด้านการผลิตสิ่งพิมพ์โดยตรง ความสามารถที่เกิดขึ้นในการทำงานเกิดจากการเรียนรู้สืบต่อกันมาจากช่างพิมพ์รุ่นพี่ส่งต่อความรู้ไปยังช่างพิมพ์รุ่นน้อง ซึ่งทำผิดบ้างถูกบ้างก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความสามารถของแต่ละบุคคล แต่ไม่เคยมีการสร้างมาตรฐานสมรรถนะอาชีพของช่างพิมพ์ อันอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไม อุตสาหกรรมการพิมพ์ไม่สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีขีดความสามารถการทำงานได้ตรงความต้องการของสถานประกอบการ

ประโยชน์จากการทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ

การกำหนดมาตรฐานของบุคคลให้เหมาะสมกับการประกอบอาชีพนั้นๆ ที่จัดทำโดยกลุ่มอาชีพ เพื่อวัด หรือประมาณค่าผู้ปฏิบัติการวิชาชีพ ตามมาตรฐานความรู้ ทักษะ และประสบการณ์วิชาชีพ อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อการพัฒนามาตรฐานอาชีพหลักๆ ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพิ่มขีดความสามารถในการเพิ่มผลิต (Productivity) ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้สามารถเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ทำงาน ที่ผ่านมาสู่ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ และระบบการศึกษา

2. ประโยชน์สำหรับองค์กรและนายจ้าง สามารถใช้มาตรฐานอาชีพเป็นแนวทางการพัฒนาความรู้ และทักษะการทำงาน เพิ่มมาตรฐานการทำงาน ปรับปรุงมาตรฐานการฝึกอบรม มีเป้าหมายชัดเจน และจ่ายค่าตอบแทนได้อย่างเหมาะสมกับความสามารถ

3. ประโยชน์สำหรับแรงงาน สามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานระดับชาติ ระดับสากล มีแนวทางในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีความมั่นใจในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ได้ค่าตอบแทนสูงขึ้นจากการพัฒนาตนเอง เห็นคุณค่าของการทำงาน พึงพอใจในงานมากขึ้น และใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่เทียบโอนเพื่อรับวุฒิได้

การพัฒนาสมรรถนะมาตรฐานอาชีพ ยังเป็นส่วนสำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางโดยไม่ต้องผ่านการเรียนการสอนตามหลักสูตรจากสถาบันการศึกษา ดังนั้นการยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถบุคลากรในระดับปฏิบัติการเข้าสู่อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ด้วยการพัฒนาสมรรถนะมาตรฐานอาชีพ โดยการจัดให้มีการฝึกอบรมและทดสอบวัดผล จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ตรงตามความต้องการมากที่สุดและใช้ระยะเวลาไม่มากเท่าการเรียนการสอนในสถาบันฯ ปัจจุบันศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการพิมพ์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้เปิดทำการทดสอบมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพการพิมพ์แล้ว 8 สาขาอาชีพ ดังนี้

เกณฑ์การสมัครเข้ารับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ

ผู้เข้ารับการประเมินจะต้องมีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงาน ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพที่สมัครเข้ารับการประเมินและผู้สมัครเข้ารับการประเมินจะต้องสมัครขอรับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพด้วยตนเอง และต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา

ขั้นตอนการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ

1. ผู้เข้ารับการประเมินแสดงความจำนงการขอรับการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ โดยได้ความเห็นชอบจากผู้บังคับบัญชา

2. ผู้ประเมินจัดประชุมชี้แจงเกี่ยวกับกรอบการประเมินคุณวุฒิวิชาชีพ แผนการประเมิน ข้อแนะนำในการประเมินภาคความรู้และภาคปฎิบัติ เอกสารบันทึกหลักฐานต่างๆ และร่วมวางแผนการประเมินร่วมกับผู้รับการประเมิน

3. ผู้เข้ารับการประเมินกรอกเอกสารลงในแบบบันทึกหลักฐานของแฟ้มสะสมงาน

4. ผู้ประเมินตรวจสอบหลักฐานและ/หรือประสบการณ์ของผู้เข้ารับการประเมิน ในกรณีที่ยังไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้เข้ารับการประเมินกลับไปทบทวนหลักฐาน/ประสบการณ์ใหม่ และกรณีที่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ให้นัดหมายผู้เข้ารับการประเมินเพื่อทดสอบภาคความรู้และภาคปฎิบัติต่อไป

5. ผู้เข้ารับการประเมินเข้าทำการทดสอบความรู้ ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด โดยทดสอบตามแบบการประเมินที่กำหนด จากนั้นผู้ประเมินจะทำการประเมินสมรรถนะของผู้รับการประเมินว่าผ่านหรือไม่ ภายใน 1 วัน ถ้าไม่ผ่านการประเมินผู้ประเมินจะแจ้ง จุดอ่อนและข้อบกพร่องของผู้รับการประเมินให้ทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร และผู้รับการประเมินสามารถกลับไปทบทวนศึกษาและหาความรู้เพิ่มเติม และกลับมาทดสอบใหม่ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด

6. หลังผู้รับการประเมินผ่านการทดสอบความรู้ ผู้รับการประเมินจะต้องเข้ารับการประเมินภาคปฎิบัติ ณ สถานที่ที่ผู้ประเมินกำหนด อาจเป็นสถานที่ที่ผู้รับการประเมินปฎิบัติงานเป็นปกติหรือศูนย์ทดสอบภาคปฏิบัติ ผู้ประเมินจะให้ผู้รับการประเมินปฎิบัติงาน/สาธิต และทำการสังเกตในกระบวนการปฎิบัติงาน บันทึกผลการปฎิบัติงานและผลงาน รวมทั้งเจตคติที่แสดงถึงนิสัยและพฤติกรรมในการเป็นช่างที่ดี จากนั้นผู้ประเมินจะทำการประเมินสมรรถนะของผู้รับการประเมินว่าผ่านหรือไม่ กรณีไม่ผ่านการทดสอบภาคปฎิบัติ ผู้ประเมินจะแจ้งจุดอ่อน และสิ่งที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาให้ผู้รับการประเมินทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้รับการประเมินสามารถกลับไปฝึกปฎิบัติเพิ่มเติมใหม่ได้ และกลับมาทดสอบใหม่ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด

7. ผู้รับการประเมินต้องผ่านการประเมินที่ครอบคลุมในทุกสมรรถนะย่อย ขอบเขต ความรู้และทักษะที่กำหนด จึงจะผ่านเข้ารับวุฒิบัตรคุณวุฒิวิชาชีพได้